คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttp://www.lovethailand.biz/

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ถ้ำ ถ้ำ(18)

http://www.lovethailand.biz/อ.กาญจนดิษฐ์(6)

http://www.lovethailand.biz/อ.ท่าชนะ(2)

http://www.lovethailand.biz/อ.คีรีรัฐนิคม(2)

http://www.lovethailand.biz/อ.พนม(4)

http://www.lovethailand.biz/อ.บ้านนาสาร(1)

http://www.lovethailand.biz/อ.เวียงสระ(1)

http://www.lovethailand.biz/อ.พระแสง(1)

http://www.lovethailand.biz/อ.ชัยบุรี(1)

ถ้ำ

ถ้ำ

ถ้ำ คือโพรงที่ลึกเข้าไปในภูเขา หรือเป็นช่องที่เป็นโพรงลึกเข้าไปในพื้นดินหรือภูเขา มีขนาดใหญ่พอที่มนุษย์สามารถเข้าไปได้ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยทั่วไปถ้ำเกิดในหินปูนที่มีน้ำใต้ดินไหลผ่านกัดเซาะ ซึ่งมักพบตามภูเขาหินปูนหรือ ภูเขาชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ยังมีถ้ำที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์อีกด้วย
 
ประเภทของถ้ำ แบ่งตามลักษณะและทิศทาง ได้แก่ ถ้ำแนวนอน ทอดตัวยาวลึก, ถ้ำชั้น ภายในแบ่งเป็นหลายๆ ชั้น, ถ้ำแนวตั้ง ทอดตัวแนวตั้งลึกลงไปในดิน, ถ้ำแนวลาด ทอดตัวลาดเท ไม่ขนานหรือตั้งฉากกับระดับพื้น
 
ถ้ำหินปูน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินและน้ำฝนจนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ
 
ถ้ำน้ำแข็ง เป็นถ้ำในแถบขั้วโลก ส่วนใหญ่เกิดจากการละลายในธารน้ำแข็ง สามารถเกิดได้ในเขตหุบเขาที่อุณหภูมิต่ำตลอดปีด้วยเช่นกัน
โพรงหินชายฝั่ง เกิดจากคลื่นทะเลที่กัดเซาะหินผาจนเกิดเป็นโพรงถ้ำ
 
ถ้ำภูเขาไฟ เกิดจากการเย็นตัวของลาวาขณะไหลทะลักออกมาจากภูเขาไฟ
 
สิ่งที่น่าสนใจในถ้ำ หินงอก ตะกอนหินปูนที่จัดตัวเป็นแท่งสูงจากพื้นถ้ำขึ้นไปหาเพดานถ้ำ เกิดจากหยดน้ำที่ไหลออกจากหินย้อยเมื่อหล่นถึงพื้นถ้ำจะเกิดการสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้สารประกอบคาร์บอเนตเกิดการสะสมตัวและค่อยๆ สูงขึ้นจากพื้นถ้ำ
 
ตะกอนหินปูนที่จับตัวเป็นแท่งหรือแผ่นย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ เกิดจากน้ำใต้ดินที่มีหินปูนละลายอยู่หยดลงมาจากรอยแตกบนเพดานถ้ำ และเมื่อน้ำสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปก็จะทำให้เกิดสารประกอบคาร์บอเนตเริ่มสะสมตัวทีละน้อย และพอกยาวลงมาจากเพดานเรื่อยๆ โดยปกติมักมีลักษณะเป็นหลอดกลวงอยู่ตรงกลาง
 
เสาหิน ลักษณะของหินที่เป็นแท่งหรือเสายาวจากพื้นถ้ำจรดเพดานถ้ำ เกิดจากหินงอกหินย้อยมาบรรจบกัน
 
หลอดหินย้อย สารหินปูนที่จัดตัวเป็นหลอดหรือท่อย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ สารประกอบคาร์บอเนตที่เกิดจะมีการเรียงตัวของผลึกในแนวยาวและย้อยลงมาทำให้มีความยาวเพิ่มขึ้น ทำให้ดูคล้ายหลอดกลวงที่มีน้ำหยดออกมา
 
หินปูนฉาบ ตะกอนที่เกิดจากน้ำที่มีสารประกอบคาร์บอเนตไหลเป็นแผ่นบางๆ บนพื้นผิวของพื้นถ้ำ ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยหินทราเวอร์ทีน ซึ่งเป็นอีกรูปหนึ่งของสารประกอบคาร์บอเนต
 
ม่านถ้ำ เกิดจากน้ำที่มีสารคาร์บอเนตสูงที่ไหลตามผนังที่เอียงซึ่งเกิดจากแรงตึงผิวของน้ำ เมื่อน้ำเกิดสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จึงทำให้เกิดการตกตะกอนของสารประกอบคาร์บอเนต มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ย้อยลงมาจากผนังถ้ำดูคล้ายม่าน บางแห่งจะมีสีน้ำตาลแดงสลับกับสีขาวหรือเหลืองอ่อนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ม่านเบคอน สัตว์ในถ้ำแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
 
ทร็อกโลไบต์ จะอาศัยอยู่ในถ้ำตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่สามารถดำรงชีวิตนอกถ้ำได้ มักอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ หาอาหารในถ้ำ เช่น จิ้งโกร่ง แมลงสองง่าม
 
ทร็อกโลไฟล์ ดำรงชีวิตอยู่ได้ทั้งในถ้ำ และภายนอก เช่น แมงมุม
 
สัตว์ถ้ำชั่วคราว ปกติใช้ชีวิตอยู่นอกถ้ำ แต่มักมีพฤติกรรมเข้าๆ ออกๆ จากถ้ำบ่อยๆ เช่น ค้างคาว ผีเสื้อกลางคืน หมี
ถ้ำค้างคาว

ถ้ำค้างคาว
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.พนม)
ถ้ำประกายเพชร

ถ้ำประกายเพชร
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.พนม)
ถ้ำขมิ้น

ถ้ำขมิ้น
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.บ้านนาสาร)
ถ้ำแม่นางเภา

ถ้ำแม่นางเภา
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำเพชรพนมวัง

ถ้ำเพชรพนมวัง
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำคูหา

ถ้ำคูหา
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำน้ำทิพย์

ถ้ำน้ำทิพย์
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำเขาเพ-ลา

ถ้ำเขาเพ-ลา
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.ท่าชนะ)
ถ้ำลึก เขาข่า

ถ้ำลึก เขาข่า
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.ท่าชนะ)
ถ้ำเขาวง

ถ้ำเขาวง
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.พนม)
ถ้ำเขาพระ

ถ้ำเขาพระ
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.พระแสง)
ถ้ำนางเอื้อย

ถ้ำนางเอื้อย
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำทองดี

ถ้ำทองดี
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์)
ถ้ำเบื้องแบบ

ถ้ำเบื้องแบบ
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.คีรีรัฐนิคม)
ถ้ำหนองไหล

ถ้ำหนองไหล
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.คีรีรัฐนิคม)
ถ้ำหอม

ถ้ำหอม
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.ชัยบุรี)
ถ้ำพระศรีสุก

ถ้ำพระศรีสุก
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.พนม)
ถ้ำมูลค้างคาว

ถ้ำมูลค้างคาว
(จ.สุราษฎร์ธานี อ.เวียงสระ)