วัดพระธาตุแสงรุ้ง

วัดพระธาตุแสงรุ้ง

วัดพระธาตุแสงรุ้ง

ประชากร จำนวน: 877 คน  Share Facebook  
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดพระธาตุแสงรุ้ง แต่เดิมชาวบ้านเรียกชื่อว่า “วัดป่าดอยกองมู” ซึ่งเป็นภาษาไตใหญ่ ถูกค้นพบองค์พระธาตุอยู่กลางดอยเล็กๆในป่ารกทึบเมื่อปีพุทธศักราช2479 ถือเป็นพระธาตุเจดีย์และเป็นวัดที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ที่ขาดการบูรณะ และรกร้างมายาวนาน นานจนหาประวัติและหลักฐานแถบไม่ได้เลย  
 
ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านสามหลังในปัจจุบัน (สาเหตุที่เรียกว่าบ้านสามหลังก็เพราะมีชาวบ้านมาพักอาศัยเพียงสามหลังคาเรือนในครั้งนั้น) แต่ปัจจุบันนี้หมู่บ้านแห่งนี้รวมเข้ากับหมู่บ้านแม่เมืองน้อย หมู่ที่14 ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
 
ต่อมาปีพุทธศักราช2553 พระอาจารย์สินชัยชัยรัตน์ ได้เดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมาและมาทำการฟื้นฟูบูรณะขึ้นใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง โดยร่วมด้วยคณะสงฆ์อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย ทั้งสายธรรมยุติและมหานิกายให้ความสนับสนุนและให้กำลังใจเพื่อร่วมกันสืบสานอายุของพระพุทธศาสนาด้านศาสนวัตถุ ตลอดจนคณะข้าราชการทหาร,ตำรวจ,พ่อค้าและประชาชนโดยทั่วไป ร่วมสนับสนุน
 
และจึงได้ขนานนามชื่อวัดพระธาตุป่าดอยกองมูแห่งนี้เป็นชื่อใหม่ว่า ”วัดพระธาตุแสงรุ้ง” เมื่อปีพุทธศักราช2553 ส่วนการค้นพบองค์พระธาตุก่อนหน้านั้นก็พบเพียงซากปลักหักพังและตัวฐานล่างขององค์พระธาตุเท่านั้นซึ่งมีขนาดกว้างและยาว8x8เมตร. ส่วนตัวเรือนขององค์พระธาตุนั้นได้พังทลายลงแล้วทั้งหมด
 
การพิสูจน์หาหลักฐานที่ไปที่มาก็ยังไม่แน่ชัดเลยว่า เคยมีการก่อสร้างองค์พระธาตุมาตั้งแต่ครั้งสมัยใด เพราะไม่มีตำนานหรือบันทึกใดๆได้กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น อย่างชัดเจนพอที่จะเป็นหลักฐานได้บ้าง แต่เห็นทีก็มีเฉพาะก้อนอิฐดินเผาที่ใช้ก่อพระธาตุบางก้อนเท่านั้นที่มีรอยจารึกบางส่วนไว้ที่ก้อนอิฐดินเผาซึ่งเป็นภาษาขอม ส่วนข้อมูลอื่นๆหาได้ยังไม่ชัดเจน
 
ต้องอาศัยศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เกิดความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงในยุคนั้นๆเท่านั้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหาหลักฐานอ้างอิงจากข้อมูลตามตำนานการสร้างเมืองต่างๆจากประวัติเมืองฝางบ้างเมืองไชยปราการบ้างและจากประวัติเชียงแสนบ้าง  เพื่อหาข้อมูลมาเทียบเคียงให้ได้ใกล้กับความเป็นจริงมากที่สุด
 
แต่ตามที่ได้พบจากการจารึกลงบนก้อนอิฐดินเผาที่ใช้ก่อพระธาตุนั้น เป็นภาษาขอม เพราะในสมัยนั้นอาจจะเป็นยุคของพญากล่อมดำ (ขอมดำ) เมืองอุโมงคเสลายังคงเรืองอำนาจอยู่จึงต้องใช้อารยธรรมพร้อมทั้งภาษา ตามรัชสมัยตามเหตุการณ์ในเวลานั้น ๆ
 
ตามตำนานบางฉบับได้กล่าวว่าเมืองอุโมงคเสลาของพญาขอมดำครั้งอดีตนั้นตั้งอยู่ระหว่างต้นสายน้ำแม่น้ำกกมีภูเขาล้อมรอบติดเขตพม่าด้านทิศเหนือ ปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างเขตพื้นที่ตำบลท่าตอนอำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน เพราะครั้งอดีตเคยเป็นเมืองเก่าแก่ที่สร้างทับกันมาหลายยุคหลายสมัยเพราะทำศึกสงครามรบกันผัดกันแพ้ ผัดกันชนะ มาหลายครั้งหลายสมัยแล้ว
 
แต่ก็พอน่าจะอนุมานได้ว่าการก่อสร้างองค์พระธาตุในสมัยนั้นคงน่าจะอยู่ในยุคการปกครองของพระเจ้าพังคราชซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระเจ้าพรหมมหาราชในอาณาจักรโยนกเชียงแสน เมื่อระหว่างปีพุทธศักราช 1458 ถึงพระพุทธศักราช 1541
 
หรืออาจจะอยู่ในยุคของพระเจ้าพรหมมหาราชปกครองเมืองเองก็ตามที่เมืองใหม่ไชยปราการเมื่อปีพุทธศักราช 1665  เพราะในสมัยนั้นพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก เพราะบางตำนานได้กล่าวว่าพระเจ้าพังคราชได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งเป็นชาวมอญนำมาจากประเทศศรีลังกา จุดประสงค์เพื่อมาช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนาในมอญ, พม่า
 
ตามลำดับจนเข้ามาในโยนกนครเชียงแสนและได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุติดตัวมาด้วยจึงมอบให้พระเจ้าพังคราชจำนวน16พระองค์และพระเจ้าพังคราชจึงได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้แก่พระเจ้าพรหมมหาราชซึ่งเป็นพระราชบุตรเพื่อนำไปประดิษฐานที่พระธาตุจอมกิตติเมื่อปีพุทธศักราช1483และในสถานที่ต่างๆเพื่อให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
 
หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์หลังจากพระเจ้าพรมมหาราชได้รบกับขอมดำทำการขับไล่พวกขอมดำ จนสำเร็จออกจากเชียงแสนช่วงนั้นก็ได้ หลังที่ต้องตกเป็นเชลยมาหลายปี  มาภายหลังความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเกิดขึ้นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาด้านวัดวาอารามก็ทำให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นตามลำดับในสมัยนั้น
 
แต่ก่อนสมัยนั้นยังต้องใช้อารยธรรมของขอมทั้งหมดทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนแต่เมื่อพอได้เป็นอิสระภาพแล้วก็มีการฟื้นฟูบ้านเมืองพร้อมพระพุทธศาสนาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง ในยุคของพระเจ้าพรหมมหาราช
 
ซึ่งหลังจากที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาครั้งแล้วครั้งเล่าในรัชสมัยของพระเจ้าพังคราชผู้เป็นพระราชบิดา ที่เคยสร้างพระธาตุจอมกิตติ ดั้งนั้นจึงพอสรุปความได้ว่าพระธาตุดอยกองมูหรือพระธาตุแสงรุ้งนี้ อาจถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าพรหมมหาราชเมื่อประมาณปีพุทธศักราช1483
 
แล้วสมัยต่อมาในสมัยเมืองฝางที่เคยเจริญรุ่งเรืองก็ยังมีการร่วมฟื้นฟูบูรณะขึ้นใหม่อีกยุคหนึ่งในสมัยพระนางมะลิการาชบุตตรีของพระเจ้าฝางและพระนางสามผิวแต่ด้วยมีศึกสงครามเกิดขึ้นระหว่างเมืองฝางและพม่า บ้านเมืองเกิดโกลาหล บรรดาเจ้าเมืองต้องหาที่ซุกซ่อนสมบัติพัสถานไว้ในป่าบ้างใต้ฐานองค์พระธาตุบ้างในหุบเขาบ้างในเหวลึกหรือในถ้ำบ้าง ดังนั้นจึงมีประวัติการบอกกล่าวเล่าขานจากพวกชาวบ้านที่เล่าขานกันต่อๆมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ (อ่านต่อเรื่องเล่าจากชาวบ้าน)
 
สำหรับข้อมูลดังกล่าวที่ได้เรียบเรียงพอเป็นสังเขปนี้ ก็อาศัยการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากข้อมูลตามตำนานเมืองที่อยู่ใกล้เคียงเมืองต่างๆ และให้อยู่ใกล้สถานที่ตั้งของพระธาตุแสงรุ้งมากที่สุด เพื่อจะนำมาผนวกนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น พร้อมกับต้องหาข้อมูลเพิ่มต่างๆจากคำบอกเล่าของชาวบ้านบ้าง
 
จากการบอกกล่าวเล่านิมิตของพระอาจารย์สินชัยชัยรัตน์ก่อนที่ท่านจะทำการฟื้นฟูบูรณะพระธาตุอีกครั้ง เมื่อปีพุทธศักราช 2553 บ้างเพื่อให้เกิดความเป็นไปได้เกี่ยวกับการคนคว้าหาประวัติการสร้างพระธาตุในครั้งอดีตว่าควรจะอยู่ในยุคสมัยใดเพียงแค่พอเป็นหลักฐานได้ 
 
ดั้งนั้นการที่จะหาหลักฐานที่ชัดเจนเมื่อครั้งอดีตนั้นคงทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะขาดหลักฐานขาดการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ แต่ก็ขอเพียงแต่ว่าเราเป็นชาวพุทธนับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ดั้งเดิมถือเป็นศาสนาประจำชาติไทยอย่างไรเสียขึ้นชื่อว่าองค์พระธาตุเจดีย์ก็เปรียบเสมือนองค์แทนของพระพุทธเจ้าของพวกเราชาวพุทธ ควรจะช่วยกันรักษาไว้ให้ครบอายุของพระพุทธศาสนา 5000 ปี
เว็ปไซต์ เว็ปไซต์: www.prathartsangroong.com
มือถือ มือถือ: 0807915482
แผนที่ วัดพระธาตุแสงรุ้ง แผนที่วัดพระธาตุแสงรุ้ง
วัด กลุ่ม: วัด
คำค้น คำค้น: วัดพระธาตุแสงรุ้งวัดป่าดอยกองมู พระธาตุแสงรุ้ง
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 1 ปีที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น





คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttp://www.lovethailand.biz/

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(1270)

http://www.lovethailand.biz/อ.เมืองเชียงใหม่(121)

http://www.lovethailand.biz/อ.จอมทอง(47)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่แจ่ม(25)

http://www.lovethailand.biz/อ.เชียงดาว(33)

http://www.lovethailand.biz/อ.ดอยสะเก็ด(68)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่แตง(85)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่ริม(69)

http://www.lovethailand.biz/อ.สะเมิง(29)

http://www.lovethailand.biz/อ.ฝาง(71)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่อาย(63)

http://www.lovethailand.biz/อ.พร้าว(70)

http://www.lovethailand.biz/อ.สันป่าตอง(105)

http://www.lovethailand.biz/อ.สันกำแพง(66)

http://www.lovethailand.biz/อ.สันทราย(73)

http://www.lovethailand.biz/อ.หางดง(74)

http://www.lovethailand.biz/อ.ฮอด(32)

http://www.lovethailand.biz/อ.ดอยเต่า(22)

http://www.lovethailand.biz/อ.อมก๋อย(11)

http://www.lovethailand.biz/อ.สารภี(74)

http://www.lovethailand.biz/อ.เวียงแหง(15)

http://www.lovethailand.biz/อ.ไชยปราการ(28)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่วาง(32)

http://www.lovethailand.biz/อ.แม่ออน(22)

http://www.lovethailand.biz/อ.ดอยหล่อ(34)

http://www.lovethailand.biz/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)